ทำไม เจย์ พาวเวล เปลี่ยนโทน… ท่ามกลาง Omicron

บทความนี้ จะประเมินว่า เหตุใดเจย์ พาวเวล ประธานเฟดจึงต้องการจะแสดงจุดยืนหรือท่าทีของนโยบายการเงินออกมาในลักษณะที่ตึงตัวขึ้น ณ จุดที่โควิด Omicron กำลังเป็นปริศนาอยู่

642

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เจย์ พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ และ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้มาให้การต่อคณะกรรมการสถาบันการเงินสหรัฐ สภาคองเกรส

ไฮไลต์ของงานนี้ หาใช่มาจากประเด็นของแบงก์สหรัฐแต่อย่างใด หากแต่มาจากการที่พาวเวลได้ให้ความเห็นว่า ณ นาทีนี้ น่าจะถึงเวลาที่ต้องนำคำว่า ‘ชั่วคราว’ ออกจาก สิ่งที่เฟดเรียกปรากฏการณ์ของเงินเฟ้อสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาว่า ‘อัตราเงินเฟ้อที่สูงแบบชั่วคราว’

นอกจากนี้ พาวเวลยังให้ความเห็นต่อว่า ในการประชุมเฟด ช่วงกลางเดือนนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าที่จะลดระยะเวลาการซื้อพันธบัตรจากธนาคารพาณิชย์ (QE) ที่มีแผนว่าจะยุติการซื้อดังกล่าวลงในเดือนมิถุนายน ปี 2022 ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม เป็นเวลา 2-3 เดือน ซึ่งต้องเขาจะพิจารณาข่าวล่าสุดและผลกระทบจากโควิด Omicron รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดก่อนวันประชุมเฟดในครั้งถัดไปประกอบด้วย

งานนี้ เลยส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐ ลดลงเกือบร้อยละ 2 ในวันดังกล่าว บทความนี้ จะขอแสดงความคิดเห็นว่า เพราะเหตุใดพาวเวลจึงอาจจะต้องการที่จะแสดงจุดยืนหรือท่าทีของนโยบายการเงิน ออกมาในลักษณะเช่นนั้น ณ จุดที่ Omicron กำลังเป็นปริศนาอยู่

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่าหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของเฟด ณ ตรงนี้ คือการบริหารความคาดหวังของตลาดในการประกาศนโยบายต่างๆ ซึ่งการที่ข่าวคราวของโควิด Omicron และตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานเดือนพฤศจิกายน ยังไม่มีความชัดเจนนั้น ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของพาวเวลที่ต้องคำนึงถึงในการแสดงท่าทีของนโยบายการเงินต่อสาธารณชน ณ เวลานี้

ผมจึงขอทำการวิเคราะห์สถานการณ์ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้ ประกอบกับ กรณีซึ่งพาวเวลแสดงท่าทีตอนนี้ ว่าอยากจะทำให้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ดังตารางที่ 1 กับ กรณีซึ่งพาวเวลไม่แสดงท่าทีตอนนี้ ว่าอยากจะทำให้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ดังตารางที่ 2

 

ท่าทีพาวเวล: แสดงท่าทีตอนนี้ ว่าอยากจะทำให้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐยังแรงในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021 ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐไม่แรงมากเท่าไหร่ในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021
 

มารู้ภายหลังว่า Omicron แรงที่สหรัฐ

เฟดทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้น (ตลาดตอบรับแบบเฉยๆ ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้) เฟดคงนโยบาย QE Taper ตามแผนเดิม (ตลาดตอบรับแบบโอเคมากในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้)
 

มารู้ภายหลังว่า Omicron

ไม่แรงที่สหรัฐ

เฟดทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นมาก (ตลาดตอบรับแบบโอเค ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้) เฟดทำนโยบายการเงินตึงตัว (ตลาดตอบรับแบบโอเค ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้)

 

จากตารางที่ 1 จะพบว่าเมื่อพาวเวลได้แสดงจุดยืนไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ จะพบว่า ไม่ว่าโควิด Omicron จะรุนแรงในสหรัฐหรือไม่ เมื่อตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐยังสูงอยู่ในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021 ทางเฟดก็จะทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าตลาดจะตอบรับแบบที่ไม่มีความรู้สึกเชิงลบแต่อย่างใด

ในทางกลับกัน หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาไม่แรงมากเท่าไหร่ในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021 และมารู้ภายหลังว่า Omicron รุนแรงมากในสหรัฐ แล้วเฟดจะตัดสินใจคงนโยบาย QE Taper ตามแผนเดิม แน่นอนว่าตลาดก็น่าจะโอเคมาก เพราะการที่จะเปลี่ยนท่าทีนโยบายการเงินมาเป็นแนวผ่อนคลายมากขึ้นกว่าที่เคยบอกก่อนหน้านั้น ย่อมจะเป็นผลดีกับตลาด หรือแม้แต่ว่ามารู้ภายหลังว่า Omicron ไม่แรงที่สหรัฐ แล้วเฟดจะทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ตลาดก็ยังจะตอบรับแบบที่ดูโอเคอยู่ดี

 

ท่าทีพาวเวล: ไม่แสดงท่าทีตอนนี้ ว่าอยากจะทำให้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐยังแรงในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021 ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐไม่แรงมากเท่าไหร่ในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021
มารู้ภายหลังว่า Omicron แรงที่สหรัฐ เฟดทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้น (ตลาดตอบรับแบบตระหนก ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้) เฟดคงนโยบายQE Taper ตามแผนเดิม (ตลาดตอบรับแบบโอเค ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้)
มารู้ภายหลังว่า Omicron ไม่แรงที่สหรัฐ เฟดทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นมาก (ตลาดตอบรับแบบกังวล ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้) เฟดทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้น (ตลาดตอบรับแบบตระหนก ในการประชุมเฟดกลางเดือนนี้) จากที่คาดว่า Omicron จะชะลอท่าทีนโยบายตึงตัวของเฟด

 

คราวนี้ หากคิดกันเล่นๆว่า ถ้าเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ พาวเวลตัดสินใจอีกแบบหนึ่ง โดยไม่แสดงท่าทีตอนนี้ว่าอยากจะทำให้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ก็จะพบว่า พาวเวลอาจพาตัวเองเข้าสู่ที่นั่งลำบากว่าจะเสี่ยงทำให้ตลาดตื่นตระหนกในการประชุมเฟดครั้งถัดไป ช่วงกลางเดือนนี้

โดยจะพบว่า ไม่ว่าโควิด Omicron จะรุนแรงในสหรัฐหรือไม่ เมื่อตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐยังแรงในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021 เมื่อทางเฟดก็จะทำนโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า การที่พาวเวลเลือกไม่แสดงท่าทีตอนนี้ว่าอยากจะทำให้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น ตลาดจะตอบรับแบบที่มีความรู้สึกเชิงลบหรืออาจจะถึงขั้นตระหนกเลยก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐไม่แรงมากเท่าไหร่ในกลางเดือนธันวาคม ปี 2021 และมารู้ภายหลังว่า Omicron รุนแรงมากในสหรัฐ แล้วเฟดจะตัดสินใจคงนโยบาย QE Taper ตามแผนเดิม แน่นอนว่าตลาดก็ยังพอจะโอเค เพราะคงท่าทีนโยบายการเงินตามเดิม ย่อมจะเป็นผลดีกับตลาด ทว่าหากมารู้ภายหลังว่าตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐและ สถานการณ์โควิด Omicron ไม่รุนแรงที่สหรัฐ แล้วเฟดจะทำนโยบายการเงิน ตึงตัวขึ้น ตรงนี้ อาจจะทำให้ตลาดมีความตระหนกได้

โดยสรุป การที่พาวเวลแสดงท่าทีเปลี่ยนไปดังเช่นที่เราเห็นในตอนนี้ ถือเป็นตัวช่วยต่อเฟดในการบริหารจัดการความคาดหวังของตลาดหุ้นและตลาดบอนด์ในอนาคตอันใกล้

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

 

 

 

 

 

Comments