4 ตัวเต็ง ‘นายกรัฐมนตรีใหม่จีน’

417

ต้องยอมรับว่าความห่างเหินระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง กับ นายกรัฐมนตรี หลี เค่อ เฉียง ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า สุดสัปดาห์นี้

อาจเห็นนายกรัฐมนตรีท่านใหม่กันเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี โอกาสอาจจะไม่มาก คราวนี้ลองหันมาพิจารณา 4 ตัวเต็ง นายกรัฐมนตรีจีนกัน ดังนี้

เต็งหนึ่ง ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ นายหวังฉิซาน

คำถามที่หลายคนอยากรู้ ในตอนนี้ สำหรับหวังฉิซาน คือเขายังจะมีบทบาทในรัฐบาลจีนต่ออีกหรือไม่ ในช่วงนี้ที่อายุของนายหวังเกิน 68 ปีที่เป็นเส้นขีดการเกษียณของบุคลากรในพรรคคอมมิวนิสต์

China (BangkokBizNews)

โดยไฮไลต์สำคัญสำหรับการประชุม Politburo เที่ยวนี้มีอยู่ คำถาม ได้แก่ หนึ่ง ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง จะเขียนอะไรที่เป็นพิเศษในระเบียบของพรรคให้ตนเองมีฐานะเทียบเคียงกับเหมา เจ๋อ ตุงและเติ้ง เสี่ยว ผิง หรือไม่ และ สอง นายหวังฉิซาน จะขึ้นมาแทนนายกรัฐมนตรี หลี เค่อ เฉียง หรือไม่ เนื่องจากในช่วงต้นเดือน นายหวังออกโรงพบกับสตีฟ แบรนดอน อดีต Chief of staff ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อปรึกษาแนวทางการรับมือกับประธานาธิบดีสหรัฐทั้งประเด็นการค้ากับเกาหลีเหนือ หลังจากไม่ได้เป็นข่าวมาสักระยะ

ข่าวลือนี้ ถือว่ามีเหตุผลสนับสนุนอยู่พอสมควร เมื่อพิจารณาจากบทบาทที่ควรจะเป็นของนายกรัฐมนตรีหลี ที่น่าจะมาเดินเครื่องนโยบาย One Belt One Road ทว่าในความเป็นจริง ความคืบหน้าของโครงการกับไปตกอยู่ที่ประธานาธิบดีสี ผนวกกับความคืบหน้าของการปราบปรามคอร์รัปชั่นของรัฐบาลจีนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาภายใต้การกำกับของนายหวังฉิซาน ถือว่าเป็นรูปธรรม หลังจากช่วงก่อนหน้านี้ นายหวังก็มีบทบาทในการรับมือกับวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ได้เป็นอย่างดี อาจเป็นไปได้เหมือนกันที่รัฐบาลจีนจะแหวกม่านประเพณีเปลี่ยนนายหวังแทนนายหลีในการประชุมหนนี้

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา นายหวังได้สร้างสีสันให้กับวงการการเมืองจีนเป็นอย่างมาก ทั้งเป็นแฟนซีรีส์ฮิตของHBO อย่าง House of Cards และความมีอารมณ์ขันในการพบกับผู้นำคนสำคัญของโลก อย่าง บารัก โอบามา หรือผู้บริหารของแบงก์ยักษ์ใหญ่อย่าง แฮงก์ พอลสัน

เต็งสอง ได้แก่ หลี หยวน เฉา โดยหลีหยวนเฉา ถือเป็น candidate ที่ตีคู่มากับหลี เค่อ เฉียง เมื่อ ปีก่อน ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่เป็นผู้ว่าเมืองเจียงซื่อ ได้ปรับปรุงเมืองในหลายมิติ ทั้งทำ PR กับชาวเมืองนี้ที่มองพรรคคอมมิวนิสต์ในแง่ที่ไม่ดีนัก ปรับปรุงสภาพมลพิษและแวดล้อม รวมถึงสภาพการทำงานของผู้อพยพ

หากพิจารณาจากแบ็คกราวด์เดิม เขาเกิดในเมืองเจียงซื่อซึ่งคนในเมืองนี้มักจะสืบเชื้อสายมาจากบุคลากรชั้นนำของพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ดี หลังจากนายหลีไปเข้าแคมป์ของลีกเยาวชนคอมมิวนิสต์จีน ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเปลี่ยนเป็นกลุ่มคนที่มิได้เป็นลูกหลานของบุคลากรชั้นนำของพรรค ทว่าอาศัยคอนเน็คชั่นจากลีกนี้ในการเติบโตทางการเมือง โดยหู จิ้น เทา ก็เติบโตทางการเมืองมาในลักษณะนี้

ย้อนหลังไปในปี 1983 เส้นทางทางการเมืองของนายหลีเริ่มต้นขึ้นด้วยการแนะนำของเจ้านายที่เป็นบิ๊กของเมืองเซี่ยงไฮ้ให้กับหู เหยา ปัง เพื่อไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการลีกเยาวชนคอมมิวนิสต์จีน ที่มหาวิทยาลัยฟูตาน จนกระทั่งไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าเมืองเจียงซื่อ บ้านเกิดของเขาเอง ในปี 2002 ที่เมืองนี้ เขาเป็นคนแรกที่นำหลักการบริหารแบบ ”fuwuxing zhengfu” หรือรัฐบาลที่มีสไตล์การทำงานแบบเน้นบริการประชาชน โดยให้ประชาชนในเมืองเป็นผู้ประเมินบุคลากรของทางการ หากใครได้อันดับท้ายๆก็จะโดนลงโทษ ด้วยกระบวนการนี้ เมืองเจียงซื่อขยับอันดับเมืองที่ประชาชนยื่นคำร้องไม่พอใจภาครัฐบาลมากที่สุดจากอันดับ 5 มาเป็นอันดับ 23

ด้วยความสามารถขนาดนี้ หลายคนถึงกับบ่นว่าหากนายหลีหยวนเฉาได้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนนายกฯหลี เค่อ เฉียงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จีนน่าจะไปโรจน์กว่าในตอนนี้

เต็งสาม ไฉ ฉี จุดเด่นของนายไฉ คือ การเลื่อนตำแหน่งของเขาที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของทางการจีน โดยใช้เวลาเพียง 2 ปี ขยับจากผู้ช่วยผู้อำนวยการของหน่วยงานคณะกรรมการด้านความมั่นคงที่มีประธานาธิบดีสีเป็นประธาน มาเป็นผู้บริหารของเมือง จากนั้นขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรีของปักกิ่งและดำรงตำแหน่งเลขาธิการของปักกิ่งในที่สุด ซึ่งหลายคนงุนงงกับการขึ้นมาอย่างรวดเร็วของนายไฉ ว่ากันว่า แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของพรรคยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปีในการเลื่อนตำแหน่งที่กล่าวไว้

ความเปิดใจรับในสิ่งใหม่ๆถือเป็นภาพที่หลายคนมองไฉ ฉี ไม่ว่าจะเป็นบล็อกเกอร์ที่มีคนติดตามถึง 10 ล้านคน กล้ามองโลกอย่างแตกต่างโดยสนับสนุนให้ทางการจีนกล้าเปิดให้ชาวจีนใช้ facebook เมื่อครั้งที่มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์กมาเยือนเมื่อปี 2011

ที่น่าจับตาในตอนนี้ คือการให้ความสำคัญกับ cybersecurity จนทางการจีนพัฒนาระบบ cybersecurity ทั้งในแง่กฎหมายและซอฟต์แวร์ เพื่อควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของชาวจีนให้มีความปลอดภัย นั่นหมายถึงเปิดให้ชาวจีนมีเสรีทางเน็ตทว่ามีความปลอดภัยในการใช้ด้วย

เต็งสี่ เฮอ หลีเฟิง ผมมองว่าผู้ที่ความคล้ายคลึงกับอดีตซาร์ทางเศรษฐกิจของจีนอย่างจู หลง จี มากที่สุดในยุคนี้ คือ นายเฮอหลีเฟิง ในปัจจุบัน นายเฮอดูแลความคืบหน้าในโครงการ One Belt One Road ให้กับประธานาธิบดีสี โดยเป็นเบอร์3 ของหน่วยงานขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ดูแล OBOR โดยตรง ซึ่งนายเฮอทำงานด้วยความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสีโดยตรง นอกจากนี้ ตอนนี้ถือว่าเป็นผู้ที่ดูแลภาพใหญ่เศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ ในการปรับจังหวะการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีนไม่ให้ช้าหรือเร็วจนเกินไปครับ

Comments