KCE น่าจะได้รับผลดีจากโดรนถล่มซาอุฯ & Regulatory Scheme ปี 2020 ใน Auto ยุโรป

ปรับประมาณการราคาเป้าหมายใหม่ปี 2020 เป็น 18.5 บาท จากราคาเดิม 16 บาท ด้วยการใช้ P/E 15 เท่า เหมือนเดิมจากครั้งก่อนหน้า และใช้ ปี 2020 เป็นปีฐานที่ใช้คำนวณ EPS ที่ 1.41 บาทต่อหุ้น และเปลี่ยนคำแนะนำ KCE เป็น ‘ซื้อ’ เนื่องจากเราเชื่อว่าคาดการณ์จำนวนรถยนต์ EV ในยุโรปที่เพิ่มขึ้นในปี 2020 ร้อยละ 5 จากประมาณการครั้งก่อน จะส่งผลดีต่อยอดขายของ KCE

686
KCE น่าจะได้รับผลดีจากโดรนถล่มซาอุฯ & Regulatory Scheme ปี 2020 ใน Autoยุโรป
·        ปริมาณรถยนต์ EV ในยุโรปที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.4 ล้านคัน (+9% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมด)ในปี 2020 จากกฎหมายจำกัดการปล่อย CO2 รวมถึงมาตรการกระตุ้นทางการเงินและการคลังของอีซีบีและเยอรมันจะส่งผลดีต่อยุโรปซึ่งมีผลต่อ KCE มากสุด จะช่วยหนุนยอดขาย PCB ของ KCE ในปี 2020

·        ปรับเพิ่มกำไรสุทธิในปี 2020 จากคาดการณ์ครั้งก่อน จาก 1.35 บาทต่อหุ้น เป็น 1.41 บาทต่อหุ้น จากการเพิ่มประมาณการใหม่ของจำนวนรถยนต์ EV ของยุโรปที่จะผลิตในปีหน้า

·        ปรับราคาเป้าหมายใหม่ปี 2020:  18.5 บาท จาก 16 บาท เพื่อรับข่าวบวกใหม่

เราพบว่ามี 3 ปัจจัยบวกใหม่ คาดส่งผลดีต่อยอดขาย KCE ในปี 2020 เพิ่มอีกร้อยละ 3 จากเดิม

  • ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2020 จากหลากปัจจัยบวกทั่วโลกต่อยอดขาย

สัญญาณบวกใหม่แรก ได้แก่ หน่วยงานด้านการขนส่งและสิ่งแวดล้อม ของสหภาพยุโรป ที่เพิ่งออกรายงานเกี่ยวกับการคาดการณ์จำนวนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอนาคตของยุโรป โดยประเมินว่า จำนวนรถยนต์ EV ในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของ KCE  โดยมีถึงกว่าร้อยละ 60 ของยอดขายรวมสำหรับ KCE จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดระหว่างปี 2019 ถึง ปี 2020 จาก 2.4 แสนคัน เป็น 1.6 ล้านคัน จากร้อยละ 1.5 เป็นร้อยละ 10 ของยอดขายรถยนต์รวมของยุโรป ดังรูปที่ 1-4      เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยเกณฑ์ในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเริ่มต้นในปี 2020

เราประเมินว่าน่าจะส่งผลดีต่อยอดขายรวมของทาง KCE ให้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 3 จากประมาณการณ์ครั้งก่อน และส่งผลดีต่อกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้นจาก 1,579 ล้านบาท ในประมาณการครั้งก่อน เป็น  1,648 ล้านบาท โดยคาดว่ายอดส่งออกไปจีนจะยังสูงขึ้นต่อจากไตรมาส 2 สำหรับในช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วย ชดเชยกับตลาดไทยและเอเชียที่ยังชะลอตัว ดังรูปที่ 5-6 นอกจากนี้ การปรับตัวผลิตไลน์ใหม่ในปีหน้า ที่เป็นสายการผลิตประเภทเรดาร์ จะทำให้ Product Mix มีความหลากหลายและมีสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้น ก็จะยังส่งผลดีต่อ Gross Margin ในปีหน้าด้วย

  • สัญญาณบวกใหม่ที่สอง คืออีซีบีและเยอรมันเตรียมกระตุ้นการเงิน&คลัง

สัญญาณบวกที่สอง คือ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ดำเนินการ 1. ได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับธนาคารพาณิชย์ จากร้อยละ -0.4 ลงเป็น ร้อยละ –0.5  2. QE เดือนละ 2หมื่นล้านยูโร จนกว่าจะเริ่มขึ้นดบ.ใหม่ 3. แบ่ง tier อัตราดอกเบี้ย เป็นสอง tier สำหรับเงินฝากของแบงก์พาณิชย์ต่ออีซีบี 4. อีซีบีคิดดอกเบี้ยการปล่อยกู้ต่อแบงก์พาณิชย์ (TLTRO) ด้วยอัตราที่น้อยลง 0.1% ให้เท่ากับ refinancing rate ด้วยเงื่อนไขที่ดีขึ้น และคิดดบ. ต่ำลงในส่วนที่สินทรัพย์ค้ำประกันเกินกว่าเงินที่กู้ นอกจากนี้ เรายังคาดว่าอีซีบียังจะกระตุ้นเพิ่มเติมในเดือนตุลาคมนี้เพิ่มเติมอีก อีกทั้งนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรปท่านใหม่ ที่จะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ยังเรียกร้องและสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นผ่านนโยบายการคลัง   ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจยุโรป นั่นหมายถึงจำนวนรถยนต์ที่จะผลิตในยุโรปจะเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อยอดขายของ KCE ในยุโรป เราคาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มพลิกตัวในไตรมาสสี่นี้ นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังของเยอรมันก็กล่าวถึงนโยบายการคลังว่าเศรษฐกิจเยอรมันในขณะนี้ อาจจะใกล้ถึงเวลาใช้นโยบายงบประมาณรัฐแบบขาดดุล

  • สัญญาณบวกใหม่ที่สาม คือ คาดทรัมป์ยังไม่ใช้ Auto Tariff ต่อยุโรป ปีหน้า

ในประเด็นสงครามการค้า เรามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มที่จะชะลอตัว รวมถึง Risk Premium ของน้ำมันที่สูงขึ้นจากการที่โดรนบุกถล่มโรงแยกของเสียออกจากน้ำมันดิบ’อับคิก’ ที่ถือว่าใหญ่ที่สุด คิดเป็นถึงครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตน้ำมันดิบรวมของซาอุดิอาระเบียและบ่อน้ำมันดิบขนาดใหญ่ ‘คูลิส’ จนราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดถึงร้อยละ 20 ในวินาทีแรกของการเปิดตลาดเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา  ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาวะเศรษฐกิจโลกในภาพรวม จนอาจไม่สามารถรองรับสงครามการค้ากับยุโรปในส่วนของรถยนต์ที่เคยประกาศไว้เมื่อตอนต้นปีนี้ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐมีช่องว่างที่จะลดดอกเบี้ยลงอีกได้อีกไม่มากนัก ซึ่งเป็นบวกต่อยอดขายรถยนต์ในยุโรป

  • ความเสี่ยง: ภาวะเศรษฐกิจโลก กฎระเบียบใหม่ด้านความปลอดภัยรถยนต์ ค่าเงินบาท และการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการผลิต

เรามอง KCE ได้รับอานิสงก์ Tailwind จากทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าว ดังนั้น จึงปรับประมาณการราคาเป้าหมายใหม่ปี 2020 เป็น 18.5 บาท จากราคาเดิม 16 บาท ด้วยการใช้ P/E 15 เท่า เหมือนเดิมจากครั้งก่อนหน้า และใช้ ปี 2020 เป็นปีฐานที่ใช้คำนวณ EPS ที่ 1.41 บาทต่อหุ้น

และเปลี่ยนคำแนะนำ KCE เป็น ‘ซื้อ เนื่องจากเราเชื่อว่าคาดการณ์จำนวนรถยนต์ EV ในยุโรปที่เพิ่มขึ้นในปี 2020 ร้อยละ 5 จากประมาณการครั้งก่อน จะส่งผลดีต่อยอดขายของ KCE รวมถึงค่อนข้างเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ของยุโรปจะลดลงถึงจุดต่ำสุดในครึ่งหลังปีนี้ จากสงครามการค้าที่ผ่อนคลายลง รวมถึงมาตรการกระตุ้นผ่านแพ็คเกจโยบายการเงินของธนาคารยุโรปในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้ กับมาตรการกระตุ้นผ่านนโยบายการคลังของเยอรมันในอนาคตอันใกล้

ที่มา: Trinity Research

Comments